การเดินทางไปศึกษาต่อในต่างประเทศนับเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ระดับโลกและพัฒนาทักษะวิชาชีพ ในปี 2025 จำนวนนักเรียนไทยในสามประเทศจุดหมายยอดนิยมอย่างออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยออสเตรเลียมีนักเรียนไทยมากกว่า 37,000 คน (Department of Education, Australia, 2025) สหราชอาณาจักรมีนักศึกษาจากประเทศไทยประมาณ 6,500 คน (Higher Education Statistics Agency, 2025) และสหรัฐอเมริกามีจำนวนราว 7,000 คน (Institute of International Education, 2025) นักเรียนจำนวนมากเหล่านี้จำเป็นต้องทำงานพาร์ทไทม์เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ดี การหารายได้ในต่างประเทศย่อมผูกพันกับภาระทางการเงินที่ไม่อาจมองข้าม นั่นคือ การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การไม่เข้าใจระบบภาษีของประเทศที่ตนพำนักอยู่อาจส่งผลให้ถูกหักภาษีในอัตราที่สูงเกินความเป็นจริง หรือพลาดโอกาสขอคืนเงินภาษีที่ชำระเกิน ซึ่งเป็นสิทธิอันพึงมีของนักเรียนต่างชาติ ทั้งนี้ ออสเตรเลียเก็บภาษีจากผู้มีถิ่นพำนักชั่วคราวในอัตราคงที่ 30% สำหรับรายได้ไม่เกิน 135,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี โดยไม่มีเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ได้รับการยกเว้น (Australian Taxation Office, 2025) ในทางตรงกันข้าม สหราชอาณาจักรมีนโยบาย Personal Allowance ที่ยกเว้นภาษีสำหรับรายได้สูงถึง 12,570 ปอนด์ต่อปี (HM Revenue and Customs, 2025) ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ชัดเจนสำหรับนักเรียนที่ทำงานพาร์ทไทม์ และในสหรัฐอเมริกา นักเรียนต่างชาติในสถานะ F-1 มักถูกจัดประเภทเป็น nonresident alien ซึ่งไม่มีสิทธิ์หักลดหย่อนแบบ standard deduction และต้องเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าเริ่มต้นที่ 10% สำหรับรายได้ก้อนแรก (Internal Revenue Service, 2025) การทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้สามารถวางแผนการเงินและยื่นแบบแสดงรายการภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีในออสเตรเลีย (TFN)
Tax File Number หรือ TFN คือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 9 หลักที่ออกโดยสำนักงานภาษีออสเตรเลีย (ATO) นักเรียนต่างชาติทุกคนที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานระหว่างเรียนจะต้องสมัคร TFN เพื่อให้นายจ้างสามารถหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราปกติ หากไม่มี TFN นายจ้างมีหน้าที่ต้องหักภาษีในอัตราสูงสุดถึง 45% จากค่าจ้างทั้งหมดที่จ่ายให้ (ATO, 2025) ดังนั้นการสมัคร TFN จึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก
การสมัคร TFN สามารถทำได้ทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของ ATO โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ และใช้เวลาดำเนินการประมาณ 28 วันหลังจากยื่นเอกสารครบถ้วน เอกสารที่ต้องใช้ได้แก่ หนังสือเดินทาง เอกสารยืนยันสถานะการเป็นนักเรียน เช่น Confirmation of Enrolment (CoE) และหลักฐานที่อยู่ในออสเตรเลีย หลังจากได้รับ TFN แล้ว คุณต้องแจ้งหมายเลขนี้แก่ธนาคารและนายจ้างทันที เพื่อให้การหักภาษีเป็นไปอย่างถูกต้อง
ระบบ National Insurance ในสหราชอาณาจักร (NINo)
ในสหราชอาณาจักร เลขที่ใช้ควบคู่กับระบบภาษีและสวัสดิการสังคมคือ National Insurance Number หรือ NINo นักเรียนต่างชาติที่มีสิทธิทำงานระหว่างเรียนต้องสมัคร NINo เพื่อให้การหักเงินสมทบประกันสังคม (National Insurance contributions) และการหักภาษีรายได้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ขั้นตอนการสมัครทำได้ผ่าน Department for Work and Pensions (DWP) โดยเริ่มจากการโทรนัดสัมภาษณ์และนำเอกสารยืนยันตัวตนและสิทธิการทำงานมาแสดง ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 3–6 สัปดาห์ (HMRC, 2025)
เมื่อมี NINo แล้ว คุณจะได้รับ Personal Allowance ซึ่งเป็นรายได้ส่วนที่ไม่ต้องเสียภาษี สำหรับปีภาษี 2025–2026 กำหนดไว้ที่ 12,570 ปอนด์ หากรายได้ต่อปีของคุณไม่ถึงเกณฑ์นี้ คุณจะไม่ต้องเสียภาษีเงินได้เลย แต่ยังคงอาจต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคมหากมีรายได้เกินกว่า 242 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ข้อได้เปรียบนี้ทำให้ UK เป็นจุดหมายหนึ่งที่นักเรียนไทยนิยมทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียน
ภาระภาษีสำหรับนักเรียนต่างชาติในสหรัฐอเมริกา (ITIN/SSN)
แม้ว่านักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกาจะมีจำนวนไม่มากเท่าสองประเทศแรก แต่ระบบภาษีของสหรัฐฯ ก็มีรายละเอียดที่ควรทราบ หากคุณมีงานพาร์ทไทม์ในมหาวิทยาลัยหรือผ่านโครงการฝึกงาน (CPT/OPT) คุณจำเป็นต้องมี Social Security Number (SSN) ซึ่งออกให้โดย Social Security Administration สำหรับผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์มี SSN แต่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี อาจต้องขอ Individual Taxpayer Identification Number (ITIN) แทน (Internal Revenue Service, 2025)
ในฐานะ nonresident alien นักเรียน F-1 หรือ J-1 จะไม่มีสิทธิ์ใช้ standard deduction โดยทั่วไปและต้องเสียภาษีจากรายได้ดอลลาร์แรกในอัตราก้าวหน้า ตั้งแต่ 10% สำหรับรายได้สูงถึง 11,600 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2025) อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีสนธิสัญญาภาษีกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจยกเว้นหรือลดอัตราภาษีในบางกรณี เช่น ทุนการศึกษาหรือรายได้จากการสอน/วิจัย (IRS Publication 901, 2025) ดังนั้นควรตรวจสอบข้อกำหนดในสนธิสัญญาให้ละเอียดก่อนยื่นแบบ
เปรียบเทียบอัตราภาษีและเกณฑ์ยกเว้นระหว่างประเทศ
การเข้าใจความแตกต่างของอัตราภาษีจะช่วยให้นักเรียนไทยวางแผนการทำงานล่วงหน้าได้ดีขึ้น
| ประเทศ | เลขประจำตัวผู้เสียภาษี | เกณฑ์ยกเว้นภาษี | อัตราภาษีสำหรับนักศึกษาต่างชาติ |
|---|---|---|---|
| ออสเตรเลีย | Tax File Number (TFN) | ไม่มี (non-resident ไม่มี tax-free threshold) | 30% จากรายได้ 0–135,000 AUD |
| สหราชอาณาจักร | National Insurance Number (NINo) | 12,570 GBP ต่อปี (Personal Allowance) | 0% สำหรับรายได้ในเกณฑ์ 20% สำหรับช่วงต่อไป |
| สหรัฐอเมริกา | SSN หรือ ITIN | ไม่มี (non-resident alien ไม่มี standard deduction) | 10% – 37% ตามอัตราก้าวหน้า เริ่มที่ $0 |
ตารางข้างต้นแสดงให้เห็นว่า สหราชอาณาจักร มีจุดเด่นเรื่องการยกเว้นภาษีสำหรับรายได้จำนวนไม่น้อย ในขณะที่ออสเตรเลียจัดเก็บภาษีรายได้แบบคงที่ตลอดช่วงแรก ส่งผลให้นักเรียนที่ทำงานพาร์ทไทม์ในออสเตรเลียต้องเตรียมพร้อมสำหรับการหักภาษีที่สูงกว่าตั้งแต่รายได้ก้อนแรก ส่วนสหรัฐอเมริกามีความซับซ้อนของสนธิสัญญาที่อาจช่วยลดภาระได้
วิธีการขอคืนภาษีเมื่อสิ้นปี
หลังสิ้นปีภาษี (ในออสเตรเลียคือ 30 มิถุนายน และในสหราชอาณาจักรคือ 5 เมษายน) นักเรียนต่างชาติมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและมีสิทธิขอคืนเงินภาษีส่วนที่ถูกหักเกินจริง
- ออสเตรเลีย: การยื่นแบบแสดงรายการภาษี (tax return) ทำได้ผ่านระบบ myTax ของ ATO ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 ตุลาคมของทุกปี สำหรับผู้ที่ใช้ Tax Agent สามารถยื่นได้ภายหลัง เนื่องจากอัตราภาษีสำหรับ foreign resident เป็น 30% ของรายได้ทั้งหมดโดยไม่มี threshold การขอคืนมักเกิดขึ้นเมื่อนายจ้างหักภาษีในอัตรา resident (ซึ่งมี threshold) ทำให้เกิดส่วนต่างที่ขอคืนได้ นอกจากนี้ หากคุณมีรายได้รวมทั้งปีต่ำกว่า 18,200 AUD ในปีภาษีนั้น และถูกหักภาษีไว้ คุณอาจสามารถขอคืนได้ทั้งหมดเพราะอัตราที่แท้จริงสำหรับ foreign resident คือ 30% แต่หากถูกหักแบบ resident rate สูงกว่าก็จะได้คืนส่วนต่าง (ATO, 2025)
- สหราชอาณาจักร: เนื่องจาก Personal Allowance ครอบคลุมรายได้ส่วนใหญ่ของนักเรียนประจำ การยื่นแบบ self-assessment tax return ส่วนใหญ่จึงมีผลให้ได้รับเงินคืนในส่วนของภาษีที่ถูกหักแบบ emergency tax หรืออัตราฉุกเฉิน สามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ของ HMRC ได้เช่นกัน (HMRC, 2025)
คำแนะนำสำหรับนักเรียนไทย
ไม่ว่าคุณจะเลือกไปศึกษาต่อที่ใด หมั่นติดตามการเปลี่ยนแปลงกฎหมายภาษีเป็นประจำทุกปี เปิดบัญชีธนาคารและให้หมายเลขผู้เสียภาษีแก่สถาบันการเงินและนายจ้างอย่างถูกต้อง และเก็บหลักฐานการหักภาษี (Pay As You Go summaries หรือ payslip) ไว้อย่างน้อย 5 ปี
หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในออสเตรเลียหรือสหราชอาณาจักร ทีมที่ปรึกษาการศึกษา UNILINK ให้บริการคำปรึกษาเบื้องต้นด้านการสมัครเรียน รวมถึงบริการด้านประกันสุขภาพ OSHC และ OVHC ติดต่อผ่านช่องทางแชทมุมขวาล่างของเว็บไซต์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
FAQ
Q1: TFN กับ NINo ต่างกันอย่างไร
TFN (Tax File Number) ใช้สำหรับระบบภาษีของออสเตรเลียเท่านั้น ส่วน NINo (National Insurance Number) ใช้ทั้งระบบภาษีและประกันสังคมในสหราชอาณาจักร ทั้งสองจำเป็นต้องมีเมื่อคุณทำงานระหว่างเรียน
Q2: ขอคืนภาษีในออสเตรเลียต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
ใช้หลักฐานแสดงรายได้ เช่น PAYG payment summary ที่นายจ้างออกให้ เลข TFN และข้อมูลส่วนบุคคล ยื่นผ่าน myTax หรือผ่านตัวแทนภาษี
Q3: ถ้าไม่มี NINo จะถูกหักภาษีอย่างไรใน UK
หากคุณยังไม่มี NINo นายจ้างอาจใช้รหัสภาษีฉุกเฉิน (emergency tax code) ซึ่งหักในอัตราที่สูงกว่า เมื่อได้รับ NINo แล้วควรอัปเดตกับนายจ้างและสามารถขอคืนส่วนที่ถูกหักเกินผ่าน self-assessment
Q4: นักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องยื่นแบบภาษีแม้ไม่มีรายได้หรือไม่
หากไม่มีรายได้จากแหล่งในสหรัฐฯ และไม่มีสนธิสัญญาบังคับ อาจไม่ต้องยื่น แต่ควรตรวจสอบกับหน่วยงานวิเทศสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยเสมอ เพราะการไม่ยื่นอาจกระทบสถานะวีซ่าในอนาคต
Q5: ทำไมออสเตรเลียไม่มีเกณฑ์ยกเว้นภาษีสำหรับนักศึกษา
เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลออสเตรเลียกำหนดให้ผู้มีถิ่นพำนักชั่วคราว (temporary resident) รวมถึงนักเรียนต่างชาติ เสียภาษีในฐานะ foreign resident ซึ่งไม่ได้รับสิทธิ tax-free threshold เพื่อลดภาระงบประมาณของประเทศ
แหล่งอ้างอิง
- Australian Taxation Office, 2025 – Individual income tax rates for foreign residents
- Department of Education, Australia, 2025 – International Student Data
- UK Higher Education Statistics Agency, 2025 – Student Record
- HM Revenue and Customs, 2025 – Income Tax rates and Personal Allowances
- Institute of International Education, 2025 – Open Doors Report on International Educational Exchange
- Internal Revenue Service, 2025 – Publication 519, U.S. Tax Guide for Aliens