Skip to content
UNILINK. Australia · UK · NZ · Ireland · SG · MY
Go back

คู่มือเดินทางในเมืองใหญ่สำหรับนักเรียน: เปรียบเทียบบัตรโดยสาร ปั่นจักรยาน และค่าใช้จ่ายรายเดือน

การวางแผนเรื่องการเดินทางคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักเรียนต่างชาติมักมองข้าม แต่ในความเป็นจริง ค่าใช้จ่ายและความสะดวกในการเดินทางอาจกินพื้นที่งบประมาณรายเดือนของคุณไปมากกว่า 10% เลยทีเดียว ลองคิดดูว่าถ้าคุณเลือกอยู่ในเมืองที่ระบบขนส่งดี แต่ไม่รู้จักวิธีใช้บัตรนักเรียนให้คุ้ม หรือเลือกเดินทางผิดวิธี ก็อาจหมดเงินไปหลายพันบาทโดยไม่จำเป็น

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกตัวเลือกการเดินทางใน 6 เมืองยอดนิยมสำหรับนักเรียนไทยและนักเรียนต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นลอนดอน ซิดนีย์ เมลเบิร์น โอ๊คแลนด์ สิงคโปร์ และกัวลาลัมเปอร์ โดยเน้นที่บัตรโดยสารสำหรับนักเรียน วัฒนธรรมการใช้จักรยาน และต้นทุนค่าเดินทางเฉลี่ยต่อเดือน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดก่อนออกเดินทาง

ลอนดอน (London): เมืองหลวงระบบขนส่งสาธารณะระดับโลก

ลอนดอนมีเครือข่ายรถไฟใต้ดิน รถเมล์ และรถไฟชานเมืองที่ครอบคลุมจนบางคนไม่เคยคิดจะขับรถเลย การใช้บริการขนส่งสาธารณะที่นี่สะดวกมาก แต่ก็ขึ้นชื่อเรื่องค่าครองชีพที่สูง ดังนั้นบัตรนักเรียนและส่วนลดต่างๆ จึงคือเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณ

บัตร Oyster และ Railcard สำหรับนักเรียน

หัวใจของระบบคือ Oyster Card ที่ใช้แตะเข้า-ออกได้กับรถไฟใต้ดิน (Tube) รถเมล์ รถราง และ DLR แต่นักเรียนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและถือวีซ่าแบบ Tier 4 หรือ Student Route ควรสมัคร 18+ Student Oyster Photocard ผ่านระบบออนไลน์ของ Transport for London (TfL) ซึ่งให้ส่วนลด 30% สำหรับตั๋วแบบ Travelcard (รายสัปดาห์หรือรายเดือน) และแคปค่าโดยสารรายวันในอัตราพิเศษ

อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ 16-25 Railcard (หรือ 26-30 Railcard ถ้าอายุเกิน) ซึ่งสามารถลิงก์เข้ากับ Oyster Card ได้ ทำให้ได้ส่วนลดเพิ่มอีก 1/3 สำหรับการเดินทางนอกชั่วโมงเร่งด่วน (off-peak) และแคปค่าโดยสารรายวัน (daily cap) ที่ต่ำกว่าปกติอย่างมาก ค่าธรรมเนียม Railcard อยู่ที่ประมาณ £30 ต่อปี แต่สำหรับนักเรียนหลายคนคืนทุนภายในเดือนเดียว

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน

สำหรับนักเรียนที่พักใน Zone 1-3 และเดินทางด้วย Tube เป็นหลัก:

ค่าครองชีพด้านเดินทางในลอนดอนจึงอยู่ที่ระดับสูง แต่ครอบคลุมมาก รถเมล์มีอัตราคงที่เพียง £1.75 ต่อเที่ยว (หากจ่ายด้วย Oyster) และสามารถต่อรถได้ภายในหนึ่งชั่วโมงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม นับเป็นตัวช่วยประหยัดที่หลายคนไม่รู้

วัฒนธรรมการปั่นจักรยาน

ลอนดอนมีเลนจักรยานและจักรยานสาธารณะของ TfL ที่เรียกว่า Santander Cycles (หรือ “Boris Bikes”) ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ £1.65 เพื่อปลดล็อก และ £3 ต่อชั่วโมงสำหรับจักรยานแบบปกติ มีจุดจอดทั่วเมือง โดยเฉพาะใน Zone 1-2 หากคุณเช่าจักรยานระยะยาวแบบรายเดือน ค่าใช้จ่ายประมาณ £20-30 ต่อเดือน นักเรียนจำนวนมากใช้จักรยานส่วนตัวร่วมกับบัตรนักเรียน เพราะจักรยานมือสองหาซื้อได้ในราคาเพียง £50-100 แต่ต้องระวังการจราจรและเตรียมอุปกรณ์ความปลอดภัยให้พร้อม

ซิดนีย์ (Sydney): ใช้บัตร Opal ให้คุ้ม กับทริคพิเศษสำหรับเด็กต่างชาติ

ซิดนีย์เป็นเมืองที่ระบบขนส่งสาธารณะเติบโตมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่การจัดการค่าโดยสารให้ดีคือกุญแจสำคัญ เพราะค่าโดยสารสะสมต่อสัปดาห์อาจสูงเกินคาดหากไม่วางแผน

บัตร Opal และส่วนลดนักเรียน

Opal Card คือบัตรใบเดียวที่ใช้กับรถไฟ บัส เรือเฟอร์รี่ และรถราง (Light Rail) นักเรียนต่างชาติที่เรียนในสถาบันที่รับรองโดยรัฐบาล NSW สามารถสมัคร Concession Opal Card ได้ ซึ่งให้ส่วนลด 50% จากค่าโดยสารผู้ใหญ่ ซึ่งถูกมากเมื่อเทียบกับลอนดอน

ทริคสำคัญของ Opal คือการแคปค่าโดยสารรายวันและรายสัปดาห์:

สำหรับนักเรียน การเดินทางไปเรียนเฉลี่ยต่อเดือนด้วย Concession Opal มักไม่เกิน AUD 90-110 (2,000-2,450 บาท) หากพักอาศัยในระยะไม่เกิน 10-15 กิโลเมตรจากใจกลางเมือง เพราะแคปรายสัปดาห์ช่วยประหยัดมาก

ค่าใช้จ่ายจริงและตัวอย่างเส้นทาง

นั่งรถไฟจาก Strathfield ไป Central Station (ประมาณ 12 กม.) ด้วย Concession Opal ค่าโดยสารช่วง Peak อยู่ที่ประมาณ AUD 2.94 ต่อเที่ยว และ Off-peak เหลือ AUD 2.05 หากไป-กลับ 5 วัน อาจเสียเพียงประมาณ AUD 20-30 ต่อสัปดาห์ ส่วนบัสระยะสั้นในเขตตัวเมือง ค่าโดยสาร concession เริ่มต้นที่ประมาณ AUD 1.75-2.50 ต่อเที่ยว

วัฒนธรรมจักรยานในซิดนีย์

ซิดนีย์กำลังเติบโตด้านเลนจักรยาน แต่ภูมิประเทศเป็นเนินเขาและถนนหลายสายไม่ได้มีเลนเฉพาะ โดยประชาชนนิยมใช้จักรยานออกกำลังกายมากกว่าเดินทางไปทำงานประจำวัน อย่างไรก็ตาม มีโครงการจักรยานเช่าในตัวเมือง เช่น Mobike (ลดลงแล้ว) และร้านเช่าแต่ไม่กว้างขวางเท่าเมลเบิร์น หากคุณต้องการปั่นเป็นหลัก ควรเลือกย่านใกล้แนวชายฝั่งหรือเส้นทางขนาดใหญ่เช่น Bourke Street Cycleway จักรยานมือสองราคาประมาณ AUD 100-300 โดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าขนส่งเพิ่มหากใช้ร่วมกับ Opal

เมลเบิร์น (Melbourne): Myki Card และสวรรค์ของนักปั่น

เมลเบิร์นขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกหลายปีซ้อน ระบบขนส่งที่นี่พึ่งพา Myki Card และเครือข่ายรถราง (Tram) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นักเรียนต่างชาติมีสิทธิ์ใช้บัตร Concession เช่นกัน

Myki Card และสิทธิประโยชน์สำหรับนักเรียน

นักศึกษาต่างชาติที่เรียนเต็มเวลาในสถาบันที่เข้าร่วมโครงการ iUSEpass หรือมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของรัฐวิกตอเรียสามารถสมัคร Concession Myki โดยมีส่วนลด 50% เช่นเดียวกับซิดนีย์ ค่าโดยสารแบ่งตามโซนและเวลา:

จุดเด่นคือระบบ Free Tram Zone ในย่าน CBD ที่นั่งฟรีโดยไม่ต้องแตะการ์ดเลย เพียงแค่ขึ้น-ลงในเขตที่กำหนด ก็ช่วยประหยัดค่าเดินทางไปได้อีกมากหากคุณพักอาศัยใกล้ใจกลางเมือง

วัฒนธรรมจักรยานอันดับหนึ่งของออสเตรเลีย

เมลเบิร์นมีเลนจักรยานที่ปลอดภัยและกว้างขวาง โดยเฉพาะเส้นทางริมแม่น้ำ Yarra และแยกสำหรับจักรยานในตัวเมือง นักเรียนจำนวนมากใช้จักรยานเป็นพาหนะหลัก เพราะสภาพอากาศแปรปรวนแต่ไม่รุนแรงเท่าเมืองอื่น รัฐวิกตอเรียมีกฎหมายบังคับสวมหมวกกันน็อค และมีโครงการ Lime e-bikes (จักรยานไฟฟ้าเช่า) เริ่มต้นที่ AUD 1 ต่อการปลดล็อก และประมาณ AUD 0.45 ต่อนาที จักรยานมือสองหาได้ในราคา AUD 100-250 และการบำรุงรักษาก็ถูกกว่าใช้ขนส่งสาธารณะในระยะยาว

โอ๊คแลนด์ (Auckland): AT HOP และเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลง

unilink-co 配图

โอ๊คแลนด์เป็นเมืองใหญ่สุดของนิวซีแลนด์ มีระบบขนส่งที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวค่อนข้างมาก สำหรับนักเรียน การใช้บริการสาธารณะสามารถประหยัดได้หากรู้เทคนิค

บัตร AT HOP และส่วนลดนักเรียน

AT HOP Card ใช้กับรถบัส รถไฟ และเรือข้ามฟาก นักเรียนต่างชาติที่ลงทะเบียนเต็มเวลาในสถาบันที่เข้าร่วมโครงการ Tertiary Concession สามารถรับส่วนลดได้ประมาณ 20-40% จากอัตราผู้ใหญ่ แต่ส่วนลดจะใช้ได้เฉพาะกับบริการของ Auckland Transport (AT) และผู้ให้บริการบางรายเท่านั้น ไม่ครอบคลุมเรือข้ามฟากเท่าไรนัก

ค่าโดยสารตัวอย่าง: นั่งบัสระยะสั้นในเมือง (1 zone) ผู้ใหญ่ราว NZD 2.80-3.50 ส่วนนักเรียนอาจเหลือ NZD 1.80-2.20 ค


Share this post:

Scan with WeChat to share this page

QR code for this page

Link copied

Related posts


Previous
สิงคโปร์ vs มาเลเซีย: จุดหมายปลายทางการศึกษาในเอเชีย เลือกที่ไหนดี?
Next
วีซ่า Graduate Route UK: ทางลัดทำงาน 2 ปีหลังเรียนจบปริญญาจากอังกฤษ