Skip to content
UNILINK. Australia · UK · NZ · Ireland · SG · MY
Go back

สิงคโปร์ vs มาเลเซีย: จุดหมายปลายทางการศึกษาในเอเชีย เลือกที่ไหนดี?

ในยุคที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการศึกษา สิงคโปร์และมาเลเซียคือสองตัวเลือกยอดนิยมของนักเรียนไทยที่อยากเรียนต่อในระดับนานาชาติโดยไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงยุโรปหรืออเมริกา ทั้งสองประเทศมีข้อดีเฉพาะตัวที่ตอบโจทย์เป้าหมายและงบประมาณที่แตกต่างกัน มาดูรายละเอียดกันว่าเพราะอะไร สิงคโปร์หรือมาเลเซียจึงอาจเป็น “Study Hub” ที่ใช่สำหรับคุณ

เปรียบเทียบค่าใช้จ่าย: เรียนที่ไหนคุ้มค่างบประมาณมากกว่ากัน

การวางแผนการเงินเป็นปัจจัยแรกที่นักเรียนและผู้ปกครองให้ความสำคัญ ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าธรรมเนียมวีซ่า

ค่าเล่าเรียน – สิงคโปร์สูงกว่าแต่มีทางเลือกระดับโลก

สำหรับมหาวิทยาลัยรัฐบาลในสิงคโปร์อย่าง National University of Singapore (NUS) หรือ Nanyang Technological University (NTU) ค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาต่างชาติจะอยู่ที่ประมาณ 17,000 – 40,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี (ราว ๆ 450,000 – 1,050,000 บาท) ขึ้นอยู่กับหลักสูตร โดยคณะแพทย์หรือวิศวกรรมศาสตร์มักอยู่ระดับสูงสุด ส่วนสถาบันเอกชนหรือหลักสูตรประกาศนียบัตรอาจเริ่มต้นเพียงปีละ 10,000 – 20,000 SGD (ประมาณ 260,000 – 520,000 บาท) ทำให้ตัวเลขโดยรวมค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท

มาเลเซียนำเสนอค่าเล่าเรียนที่ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ มหาวิทยาลัยของรัฐอย่าง Universiti Malaya (UM) หรือ Universiti Kebangsaan Malaysia (UKM) เรียกเก็บค่าเทอมนักศึกษาต่างชาติเฉลี่ย 10,000 – 30,000 ริงกิตต่อปี (ประมาณ 77,000 – 230,000 บาท) ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียง เช่น Monash University Malaysia หรือ Taylor’s University อาจอยู่ที่ 20,000 – 50,000 MYR (ประมาณ 154,000 – 385,000 บาท) ซึ่งยังถือว่าถูกกว่าสิงคโปร์ราว 40-60%

ค่าครองชีพรายเดือน – สิงคโปร์แพงกว่าชัดเจน

ค่าที่พัก อาหาร และการเดินทางในสิงคโปร์ถือว่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยเฉลี่ยนักศึกษาต้องใช้จ่ายประมาณ 1,200 – 2,000 SGD ต่อเดือน (31,000 – 52,000 บาท) ส่วนมาเลเซีย แม้แต่พื้นที่กลางเมืองอย่างกัวลาลัมเปอร์ ก็มีค่าครองชีพเพียง 1,500 – 2,500 MYR (11,500 – 19,200 บาท) ต่อเดือนเท่านั้น หากเลือกระบบขนส่งสาธารณะและที่พักแบบแชร์ค่าใช้จ่าย ตัวเลขอาจลดลงไปอีก

ค่าธรรมเนียมวีซ่าและการประกันสุขภาพ

สรุปด้านค่าใช้จ่าย: หากงบประมาณจำกัด มาเลเซียคือคำตอบที่นักศึกษาไทยสามารถเรียนได้ในค่าใช้จ่ายประมาณครึ่งหนึ่งของสิงคโปร์ โดยยังได้รับคุณภาพระดับนานาชาติ

คุณภาพการศึกษา: ชื่อเสียงมหาวิทยาลัยและการจัดอันดับโลก

unilink-co 配图

unilink-co 配图

เมื่อพูดถึง “ศูนย์กลางการศึกษาแห่งเอเชีย” ตัวเลขการจัดอันดับและความร่วมมือกับต่างประเทศคือตัวชี้วัดที่ห้ามมองข้าม

สิงคโปร์ – มาตรฐานท็อประดับโลก

สิงคโปร์มีมหาวิทยาลัยแถวหน้าติดอันดับโลกอย่างต่อเนื่อง จาก QS World University Rankings 2025:

มาเลเซีย – คุณภาพกำลังพุ่งแรงด้วยค่าตัวที่เบากว่า

มาเลเซียเองก็มีมหาวิทยาลัยคุณภาพเยี่ยม โดยเฉพาะ Universiti Malaya (UM) ติดอันดับที่ 60 ของโลกจาก QS 2025 และเป็นหนึ่งใน Top 3 ของอาเซียน รองลงมาคือ Universiti Kebangsaan Malaysia (UKM) อันดับ 138 และ Universiti Putra Malaysia (UPM) อันดับ 148 แม้อันดับโดยรวมจะตามสิงคโปร์อยู่ แต่จุดแข็งของมาเลเซียคือ **การมีแ


Share this post:

Scan with WeChat to share this page

QR code for this page

Link copied

Related posts


Previous
ภาษีสำหรับนักเรียนต่างชาติในออสเตรเลียและ UK 2026: TFN, NI, การขอคืนภาษี
Next
คู่มือเดินทางในเมืองใหญ่สำหรับนักเรียน: เปรียบเทียบบัตรโดยสาร ปั่นจักรยาน และค่าใช้จ่ายรายเดือน