Skip to content
UNILINK. Australia · UK · NZ · Ireland · SG · MY
Go back

รวมทุนการศึกษาน่าเรียนตามประเทศ: 30 โครงการทุนเต็มจำนวนปี 2026

หากคุณกำลังวางแผนไปศึกษาต่อต่างประเทศในปี 2026 แต่ยังกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจสูงถึง 1.8 – 3.5 ล้านบาทต่อปี สำหรับประเทศยอดนิยมอย่างสหราชอาณาจักรหรือสหรัฐอเมริกา บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลโครงการทุนการศึกษาที่มอบค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนรวม 30 โครงการ จาก 3 จุดหมายปลายทางหลักด้านการศึกษา ได้แก่ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย โดยแต่ละทุนให้สิทธิประโยชน์ครอบคลุมตั้งแต่ค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ ตั๋วเครื่องบิน ไปจนถึงค่าประกันสุขภาพ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถมุ่งมั่นกับการเรียนได้อย่างเต็มที่โดยปราศจากความกังวลด้านการเงิน

ข้อมูลจาก QS World University Rankings 2025 และรายงานของหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องระบุว่า ค่าเล่าเรียนระดับปริญญาโทสำหรับนักศึกษาต่างชาติในสหราชอาณาจักรเฉลี่ยอยู่ที่ £16,000 – £35,000 ต่อปี ส่วนสหรัฐอเมริกามีค่าใช้จ่ายระหว่าง $20,000 – $60,000 ต่อปี ขึ้นอยู่กับสาขาและสถาบัน ในขณะที่ออสเตรเลียเฉลี่ยอยู่ที่ AUD 35,000 – 50,000 ต่อปี (อ้างอิงจาก Australian Government Department of Education, 2025) และยังมีค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียน (Subclass 500) อีก AUD 1,600 จากข้อมูลของ Department of Home Affairs ล่าสุดในปี 2025 ด้วยภาระค่าใช้จ่ายระดับนี้ การได้รับทุนการศึกษาเต็มจำนวนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดประตูให้ผู้เรียนจากประเทศไทยสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับโลกได้อย่างเท่าเทียม

รายการทุนส่วนใหญ่ที่นำเสนอนี้มีกำหนดการเปิดรับสมัครล่วงหน้า 6 ถึง 12 เดือนก่อนเริ่มภาคการศึกษา ดังนั้นการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและการเตรียมใบสมัครตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับคัดเลือกอย่างมีนัยสำคัญ

🇬🇧 สหราชอาณาจักร: ทุนสำหรับผู้นำแห่งอนาคตจากรัฐบาลและมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง

สหราชอาณาจักรเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในระดับแนวหน้าของโลกหลายแห่ง โดยค่าครองชีพเฉลี่ยตามข้อมูลล่าสุดของ UKVI อยู่ที่ประมาณ £1,334 ต่อเดือน สำหรับนักศึกษาต่างชาติในกรุงลอนดอน อย่างไรก็ตาม โครงการทุนเต็มจำนวนเหล่านี้จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดของคุณ

1. ทุน Chevening Scholarships

ทุนเต็มจำนวนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรสำหรับผู้นำในอนาคต ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพรายเดือน (£1,200–£1,500) ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ และค่าธรรมเนียมวีซ่า โดยมอบให้แก่ผู้สมัครจากกว่า 160 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ประจำปีละกว่า 1,500 คน

2. ทุน Commonwealth Master’s and PhD Scholarships

ทุนสำหรับพลเมืองจากประเทศเครือจักรภพที่ต้องการศึกษาต่อในสาขาที่ช่วยพัฒนาประเทศของตน โดยครอบคลุมค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ตั๋วเครื่องบิน และค่าครองชีพขั้นต่ำ £1,347/เดือน (สำหรับผู้พำนักในลอนดอน) หรือ £1,023/เดือน (นอกลอนดอน) รวมถึงเงินช่วยเหลือครอบครัว โดยมุ่งเน้นสาขา STEM, สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม

3. ทุน Gates Cambridge Scholarships

ทุนจากมูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation สำหรับการศึกษาต่อ ระดับปริญญาโทหรือเอก ณ University of Cambridge แบบเต็มจำนวน โดยครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ (ประมาณ £20,000 ต่อปี สำหรับปี 2025) ตั๋วเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้นผู้ที่มีศักยภาพทางวิชาการที่โดดเด่นและภาวะผู้นำ

4. ทุน Clarendon Fund Scholarships (University of Oxford)

University of Oxford มอบทุน Clarendon ให้แก่นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทุกสาขาแบบเต็มจำนวน ครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพอย่างน้อย £15,285 ต่อปี โดยคัดเลือกจากผลงานทางวิชาการเป็นเลิศและศักยภาพในอนาคต

5. ทุน Rhodes Scholarships

หนึ่งในทุนการศึกษาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและทรงเกียรติ สำหรับการศึกษาต่อระดับปริญญาโทหรือเอก ณ University of Oxford โดยมอบค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ค่าครองชีพ (£18,180 ต่อปี) และตั๋วเครื่องบินไป-กลับ คัดเลือกจากคุณธรรม ภาวะผู้นำ และความสามารถที่โดดเด่น

6. ทุน Cambridge Trust Scholarships

University of Cambridge มอบทุนผ่าน Cambridge Trust ให้กับนักศึกษานานาชาติทุกระดับแบบเต็มจำนวนหรือบางส่วน สำหรับผู้ที่มีผลงานวิชาการโดดเด่น โดยครอบคลุมค่าเล่าเรียนและเงินสนับสนุนค่าครองชีพในบางกรณี ซึ่งผู้ที่สมัครเข้าเรียนจะได้รับการพิจารณาโดยอัตโนมัติ

🇺🇸 สหรัฐอเมริกา: ทุนเต็มจำนวนจากภาครัฐและมหาวิทยาลัยเอกชน

สหรัฐอเมริกาครองตำแหน่งหนึ่งในจุดหมายปลายทางการศึกษายอดนิยมของโลก โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับนักศึกษาต่างชาติระดับบัณฑิตศึกษาอยู่ที่ $20,000 – $60,000 ต่อปี (College Board, 2025) แต่โครงการทุนต่อไปนี้จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างหมดกังวล

7. ทุน Fulbright Foreign Student Program

ทุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ สำหรับนักศึกษาต่างชาติในระดับปริญญาโทและเอก ทุกสาขา ยกเว้นการแพทย์คลินิก ครอบคลุมค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ค่าครองชีพ ตั๋วเครื่องบิน และประกันสุขภาพ โดยบริหารจัดการผ่านสถานทูตสหรัฐฯ ในแต่ละประเทศ

8. ทุน Knight-Hennessy Scholars (Stanford University)

มอบโอกาสศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษาทุกสาขาที่ Stanford University แบบเต็มจำนวน ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และเงินสนับสนุนสำหรับการพัฒนาวิชาชีพ โดยมุ่งเน้นผู้ที่มีวิสัยทัศน์เชิงนวัตกรรมและความเป็นผู้นำ

9. ทุน AAUW International Fellowships

สมาคมสตรีมหาวิทยาลัยอเมริกัน (AAUW) เสนอทุนสำหรับผู้หญิงต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อระดับปริญญาโท เอก หรือทำวิจัยในสหรัฐฯ โดยมอบเงินทุนสูงสุดระหว่าง $20,000 ถึง $50,000 ต่อปี เพื่อครอบคลุมค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ

10. ทุน Harvard University Graduate Fellowships

มหาวิทยาลัย Harvard มีระบบทุนสนับสนุนเต็มจำนวนสำหรับนักศึกษาปริญญาโทและเอก จากกองทุนภายในของแต่ละสำนักวิชา เช่น Harvard Kennedy School ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และประกันสุขภาพ

11. ทุน Rotary Peace Fellowships

ทุนสำหรับผู้ทำงานด้านสันติภาพและการพัฒนาในระดับปริญญาโท ณ ศูนย์ Rotary Peace Centers ในสหรัฐฯ เช่น Duke University และ University of North Carolina ครอบคลุมค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ค่าครองชีพ และตั๋วเครื่องบิน

12. ทุน Joint Japan/World Bank Graduate Scholarship Program (JJ/WBGSP)

โครงการนี้ครอบคลุมการศึกษาต่อในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทั่วโลก รวมถึงหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นทุนเต็มจำนวนที่ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพรายเดือน ตั๋วเครื่องบิน และค่าประกันสุขภาพ

🇦🇺 ออสเตรเลีย: ทุนรัฐบาลและการวิจัยสำหรับนักศึกษาไทย

ออสเตรเลียเป็นที่ตั้งของกลุ่มมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในระดับโลกหลายแห่ง โดยมี University of Melbourne และ University of Sydney เป็นตัวอย่างสำคัญ ค่าเล่าเรียนเฉลี่ยสำหรับนักศึกษาต่างชาติระดับสูงกว่าปริญญาตรีอยู่ที่ AUD 35,000 – 50,000 ต่อปี (Australian Government, 2025) แต่โอกาสจากทุนเต็มจำนวนด้านล่างนี้จะช่วยเปลี่ยนความฝันในการเรียนให้เป็นจริงได้

13. ทุน Australia Awards Scholarships (AAS)

ทุนจากรัฐบาลออสเตรเลียสำหรับพลเมืองจากประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศไทย เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทอย่างเต็มจำนวน ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ค่าครองชีพ (ประมาณ AUD 30,000 ต่อปี) ประกันสุขภาพนักศึกษาต่างชาติ (OSHC) และเงินช่วยเหลือการตั้งถิ่นฐาน

14. ทุน Research Training Program (RTP)

ทุนจากกระทรวงศึกษาธิการออสเตรเลียสำหรับนักศึกษาปริญญาเอก โดยครอบคลุมค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ (stipend) ปีละประมาณ AUD 35,000 (2025 rate) ซึ่งจัดสรรผ่านมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการโดยตรง

15. ทุน University of Melbourne Graduate Research Scholarships

University of Melbourne เสนอทุนสำหรับนักศึกษาวิจัยระดับปริญญาโทและเอก โดยครอบคลุมค่าเล่าเรียนเต็มจำนวนและเงินค่าครองชีพ AUD 37,000 ต่อปี (2025 rate) รวมถึงค่าประกันสุขภาพ OSHC สำหรับนักศึกษาต่างชาติ

16. ทุน University of Sydney International Scholarship

เป็นทุนเชิงกลยุทธ์สำหรับนักศึกษานานาชาติระดับปริญญาโทและเอกที่มีผลการเรียนโดดเด่น โดยให้การสนับสนุนค่าเล่าเรียนและเงินทุนค่าครองชีพสูงถึง AUD 40,000 ต่อปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละคณะและหลักสูตร

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: การสมัครขอทุนเต็มจำนวนจำเป็นต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษเสมอไปหรือไม่

โดยส่วนใหญ่แล้ว จำเป็นต้องมีผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เช่น IELTS หรือ TOEFL ตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่แต่ละมหาวิทยาลัยหรือองค์กรผู้ให้ทุนกำหนด อย่างไรก็ตาม บางทุนอาจมีเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรนานาชาติ หรือพิจารณาเป็นรายกรณีไป

Q2: อะไรคือความแตกต่างหลักระหว่างทุนจากรัฐบาลและทุนจากมหาวิทยาลัย

ทุนจากรัฐบาล เช่น Chevening หรือ Australia Awards มักมีเงื่อนไขผูกพันให้ผู้รับทุนต้องเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดหลังสำเร็จการศึกษา ในขณะที่ทุนจากมหาวิทยาลัย เช่น Gates Cambridge หรือ Clarendon มุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการเป็นหลัก และโดยทั่วไปไม่มีข้อผูกมัดในการเดินทางกลับ แต่ทั้งสองประเภทให้การสนับสนุนทางการเงินที่ครอบคลุมใกล้เคียงกัน

Q3: ฉันสามารถสมัครขอทุนหลายๆ โครงการพร้อมกันได้หรือไม่

ได้ คุณสามารถยื่นใบสมัครเพื่อขอรับการพิจารณาจากหลายโครงการทุนได้ในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม คุณควรตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขของแต่ละทุนอย่างละเอียด เนื่องจากบางทุนอาจมีข้อห้ามในการรับทุนซ้ำซ้อนจากแหล่งอื่น และหากได้รับคัดเลือกจากมากกว่าหนึ่งแห่ง คุณจะต้องเลือกตอบรับเพียงโครงการเดียว

Q4: ระยะเวลาในการเตรียมตัวสำหรับการสมัครทุนเต็มจำนวนควรเป็นเท่าใด

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรเริ่มวางแผนและเตรียมตัวอย่างน้อย 12-18 เดือนก่อนวันเริ่มภาคการศึกษา กระบวนการนี้รวมถึงการทำวิจัยหลักสูตร การเตรียมตัวสอบมาตรฐาน การร่าง Statement of Purpose การติดต่อผู้ที่จะเขียนจดหมายรับรอง และการจัดเตรียมเอกสารทุกชนิดให้พร้อมก่อนกำหนดปิดรับสมัคร

Q5: หากไม่ได้รับทุนเต็มจำนวน จะมีทางเลือกอื่นในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายหรือไม่

มีหลายทางเลือกนอกเหนือจากทุนเต็มจำนวน เช่น ทุนการศึกษาบางส่วน (Partial Scholarships) ที่อาจครอบคลุมค่าเล่าเรียนบางเปอร์เซ็นต์ การสมัครขอรับทุนสนับสนุนจากหน่วยงานในประเทศไทย เงินกู้เพื่อการศึกษา หรือการทำงานในมหาวิทยาลัยแบบจำกัดชั่วโมงตามเงื่อนไขวีซ่านักเรียน ซึ่งทีมที่ปรึกษาการศึกษา UNILINK สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับทางเลือกที่เหมาะสมกับเป้าหมายของคุณได้

Q6: การขอวีซ่านักเรียนหลังจากได้รับทุนเต็มจำนวนมีขั้นตอนซับซ้อนหรือไม่

โดยทั่วไป กระบวนการขอวีซ่าจะไม่ซับซ้อนมากขึ้นเนื่องจากการได้รับทุน แต่การมีหลักฐานการได้รับทุนเต็มจำนวนและครอบคลุมค่าครองชีพ อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งในการพิจารณาความพร้อมทางการเงินของเจ้าหน้าที่ตรวจลงตรา โดยคุณยังคงต้องดำเนินการตามขั้นตอนการยื่นขอวีซ่านักเรียนของประเทศนั้น ๆ อย่างถูกต้องครบถ้วน


Share this post:

Scan with WeChat to share this page

QR code for this page

Link copied

Related posts


Previous
วีซ่า Graduate Route UK: ทางลัดทำงาน 2 ปีหลังเรียนจบปริญญาจากอังกฤษ
Next
90 วันแรกในต่างแดน: เช็กลิสต์ปรับตัวสำหรับนักเรียนไทย