OSHC vs IHS: ทำความเข้าใจระบบประกันสุขภาพสำหรับนักเรียนต่างชาติในออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร
เมื่อเตรียมตัวไปศึกษาต่อ ณ ประเทศออสเตรเลียหรือสหราชอาณาจักร นอกเหนือจากการวางแผนด้านวิชาการและที่พักแล้ว องค์ประกอบสำคัญที่ผู้ถือวีซ่านักเรียนทุกคน ต้อง ดำเนินการโดยไม่มีข้อยกเว้นคือการจัดทำประกันสุขภาพสำหรับนักเรียนต่างชาติ ซึ่งทั้งสองประเทศมีระบบและเงื่อนไขที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจาก Australian Government Department of Education ในปี 2026 ระบุว่ามีนักเรียนต่างชาติในออสเตรเลียมากกว่า 620,000 คน ขณะที่ UK Home Office รายงานจำนวนผู้สมัครวีซ่านักเรียนในปี 2025–2026 รวมกว่า 490,000 ราย นักเรียนเหล่านี้ทุกคนจำเป็นต้องมีหลักประกันด้านค่ารักษาพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเข้าถึงบริการทางการแพทย์โดยไม่ต้องเผชิญค่าใช้จ่ายที่อาจสูงลิ่วหากไม่มีประกัน ค่ารักษาพยาบาลพื้นฐานสำหรับผู้ป่วยต่างชาติที่ไม่มีประกันในออสเตรเลีย เช่น การพบแพทย์ทั่วไป (GP) สามารถสูงถึง 70–100 AUD ต่อครั้ง และค่ารักษาตัวในโรงพยาบาลอาจสูงถึง 2,000 AUD ต่อคืน ตามข้อมูลจาก Australian Medical Association ส่วนในสหราชอาณาจักร ผู้ที่ไม่ชำระ Immigration Health Surcharge (IHS) และใช้บริการ NHS อาจถูกเรียกเก็บเงินในอัตรา 150% ของค่ารักษาพยาบาลมาตรฐาน ตามระเบียบของรัฐบาลสหราชอาณาจักร การวางแผนและเลือกประกันที่เหมาะสมจึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดได้มหาศาลและช่วยให้คุณโฟกัสกับการเรียนได้เต็มที่
บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดของ Overseas Student Health Cover (OSHC) สำหรับนักเรียนในออสเตรเลีย และ Immigration Health Surcharge (IHS) สำหรับนักเรียนในสหราชอาณาจักร ครอบคลุมข้อกำหนด ความคุ้มครอง ค่าใช้จ่ายที่เป็นข้อมูลล่าสุดในปี 2026 ขั้นตอนการเคลม ข้อควรระวัง พร้อมด้วยคำถามที่พบบ่อย เพื่อให้คุณมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจและวางแผนงบประมาณได้อย่างมั่นคง
OSHC: ระบบประกันสุขภาพภาคบังคับสำหรับนักเรียนออสเตรเลีย
OSHC เป็นประกัยสุขภาพที่รัฐบาลออสเตรเลียกำหนดให้นักเรียนต่างชาติทุกคนที่ถือวีซ่านักเรียน (Subclass 500) ต้องมีตลอดระยะเวลาที่พำนักในประเทศ โดยต้องซื้อจากผู้ให้บริการที่ได้รับการอนุมัติจาก Department of Health เท่านั้น หน้าที่หลักของ OSHC คือช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายทางการแพทย์และการรักษาในโรงพยาบาลให้แก่นักเรียน คล้ายกับการมีบัตร Medicare สำหรับพลเมืองออสเตรเลีย แต่มีขอบเขตและเงื่อนไขการจ่ายตามที่กรมธรรม์ระบุ
ผู้ให้บริการ OSHC หลักในปี 2026 ได้แก่ Bupa, Medibank, Allianz Care และ nib ซึ่งแต่ละรายมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เช่น Bupa มีเครือข่ายสถานพยาบาลที่กว้างขวางและระบบจ่ายตรง (Direct Billing) ส่วน Medibank โดดเด่นด้วยแอปพลิเคชันเคลมที่ใช้งานสะดวกและส่วนลดจากพันธมิตรร้านค้า Allianz Care มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินทั่วโลก ส่วน nib มักเสนอราคาเบี้ยประกันที่ประหยัดและระบบเคลมออนไลน์ที่รวดเร็ว
ความคุ้มครองขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดของ OSHK ครอบคลุมค่าพบแพทย์ทั่วไป (GP) ในอัตรา 100% ของ Medicare Benefits Schedule (MBS) สำหรับแพทย์ที่รับบัตร OSHC, การรักษาตัวในโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนบางแห่ง, บริการรถพยาบาลฉุกเฉิน, ยาที่แพทย์สั่งจ่ายภายใต้ Pharmaceutical Benefits Scheme (PBS) โดยจ่ายสูงสุดประมาณ 50 AUD ต่อรายการ, ตลอดจนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นบางรายการภายใต้การอนุมัติ อย่างไรก็ตาม OSHK ไม่ครอบคลุมการรักษาทางทันตกรรม การตรวจสายตาหรือแว่นตา กายภาพบำบัดทั่วไป (เว้นแต่ซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม) การรักษาโรคที่มีอยู่ก่อน (Pre-existing conditions) ซึ่งอาจมีระยะเวลารอคอย 12 เดือน และการทำศัลยกรรมเพื่อความงามหรือการรักษาภาวะมีบุตรยาก นักเรียนที่ต้องการความคุ้มครองเสริมสามารถซื้อ Extras Cover เพิ่มเติมได้ด้วยค่าเบี้ยที่สูงขึ้นประมาณ 400–800 AUD ต่อปี
การเคลม OSHC ในปัจจุบันสามารถทำได้หลายช่องทาง เช่น การใช้บริการ จ่ายตรง (Direct Billing) ที่คลินิกหรือโรงพยาบาลในเครือข่าย ผู้ป่วยเพียงยื่นบัตรสมาชิกและไม่ต้องสำรองจ่าย, การเคลมผ่านแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการโดยถ่ายรูปใบเสร็จและอัปโหลด ซึ่งเงินคืนจะเข้าบัญชีภายใน 1–5 วันทำการ, หรือการยื่นเคลมด้วยตนเองที่สาขา สำหรับนักเรียนไทยที่วางแผนในปี 2026 ค่าใช้จ่าย OSHC สำหรับผู้เดี่ยวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 498–550 AUD ต่อปี (เช่น nib OSHC Single ประมาณ 498 AUD, Allianz Budget Single ราว 505 AUD, Bupa Essential Lite Single ราว 530 AUD, และ Medibank OSHC Single ประมาณ 550 AUD) ดังนั้นหลักสูตร 2 ปีจะต้องเตรียมค่า OSHC ประมาณ 1,000–1,100 AUD หรือราว 22,000–24,500 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 1 AUD = 22 บาท)
IHS: ธรรมเนียมด้านสุขภาพสำหรับวีซ่านักเรียนสหราชอาณาจักร
สำหรับผู้ที่จะไปศึกษาในสหราชอาณาจักร ระบบที่ใช้คือ Immigration Health Surcharge (IHS) ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระล่วงหน้าพร้อมกับการยื่นขอวีซ่า เงินจำนวนนี้จะช่วยให้นักเรียนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขแห่งชาติ (NHS) ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ณ จุดรับบริการส่วนใหญ่ IHS ไม่ใช่ประกันสุขภาพแบบเอกชนที่ผู้เดินทางเลือกซื้อ แต่เป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่ยึดโยงกับการอนุญาตให้เข้าเมือง
เมื่อนักเรียนชำระ IHS แล้ว จะสามารถใช้บริการ NHS ได้หลากหลายประเภทโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในทันที ซึ่งครอบคลุมการพบแพทย์ทั่วไป (GP), การรักษาในโรงพยาบาล, การดูแลฉุกเฉินและรถพยาบาล, การรักษาจากผู้เชี่ยวชาญที่รับส่งต่อจาก GP, การผ่าตัด และยาที่แพทย์สั่งจ่ายในบางกรณี อย่างไรก็ตาม NHS ไม่ได้ให้บริการฟรีในทุกด้าน เช่น การทำฟัน การตรวจสายตาและแว่นตา หรือใบสั่งยาบางประเภทที่อาจมีค่าธรรมเนียมปลีกย่อย ซึ่งนักเรียนยังต้องรับผิดชอบจ่ายเองตามอัตราปกติ ระบบนี้จึงช่วยลดความกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญ
อัตราค่า IHS สำหรับนักเรียนในปี 2026 อยู่ที่ £776 ต่อปี (ปรับจาก 470 ปอนด์ในปีก่อนหน้า) โดยต้องชำระล่วงหน้าทั้งหมดสำหรับระยะเวลาตามที่ระบุใน Confirmation of Acceptance for Studies (CAS) และบวกเพิ่มอีกส่วนของปีตามสัดส่วน ตัวอย่างเช่นหลักสูตรปริญญาโท 1 ปีเต็มและบวกช่วงพักหลังเรียนอีก 4 เดือน อาจถูกเรียกเก็บ IHS ประมาณ 1,100–1,200 ปอนด์ นอกจากนี้ผู้ติดตาม (Dependants) ที่ถือวีซ่าเดียวกันจะต้องจ่าย IHS ในอัตราเดียวกันและได้สิทธิ์ NHS เช่นกัน
เปรียบเทียบค่าใช้จ่าย OSHC กับ IHS โดยใช้ข้อมูลปี 2026
เพื่อให้เห็นภาพรวมของงบประมาณที่ต้องเตรียม นี่คือการเปรียบเทียบระหว่าง OSHC และ IHS สำหรับนักเรียนเดี่ยวที่ลงทะเบียนเรียนหลักสูตรระยะเวลา 2 ปี:
| รายการ | OSHC (ออสเตรเลีย) | IHS (สหราชอาณาจักร) |
|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายต่อปี | 498–550 AUD | £776 |
| ค่าใช้จ่ายรวม 2 ปี | 1,000–1,100 AUD (~£530–£580) | ~£1,550 |
| ผู้เรียกเก็บ | บริษัทประกันที่ได้รับอนุญาต | รัฐบาลสหราชอาณาจักร |
| การชำระเงิน | เลือกซื้อจากผู้ให้บริการรายใดก็ได้ | ชำระออนไลน์ตอนยื่นวีซ่า |
| สิทธิประโยชน์หลัก | ส่วนลดค่ารักษาพยาบาลและโรงพยาบาล | บริการ NHS ส่วนใหญ่ฟรี |
เมื่อเทียบกันในสกุลเงินเดียวกัน OSHC มักมีราคาต่ำกว่า IHS ในเชิงตัวเลข แต่ทั้งสองระบบมีกลไกการให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกัน โดย OSHC เป็นการประกันที่จำกัดวงเงินตามกรมธรรม์และอาจมีส่วนเกินที่ต้องจ่ายเองในบางบริการ ส่วน IHS ให้บริการ NHS แบบเกือบเต็มรูปแบบโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการรักษาที่จำเป็นส่วนใหญ่
ขั้นตอนการเคลมและระยะเวลาคุ้มครอง: ความแตกต่างเชิงปฏิบัติ
ในแง่การใช้งานจริง กระบวนการเคลม ของทั้งสองระบบมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ในออสเตรเลีย เมื่อใช้บริการทางการแพทย์ นักเรียนที่ทำ OSHC จำเป็นต้องยื่นเคลมเพื่อขอรับเงินคืน ยกเว้นใช้บริการที่คลินิกที่มีระบบจ่ายตรง (Direct Billing) ซึ่งมีการใช้แพร่หลายมากขึ้นในเมืองใหญ่ของออสเตรเลียจากค่ายประกันชื่อดัง โดยนักเรียนต้องตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการในเครือข่ายก่อนเสมอ สำหรับกรณีที่ต้องสำรองจ่ายเอง การขอคืนผ่านแอปพลิเคชันหรือสาขาจะใช้เวลาดำเนินการ 1–5 วันทำการ
ในทางตรงข้าม สหราชอาณาจักรภายใต้ IHS นักเรียนเพียงลงทะเบียนกับ GP ภายในพื้นที่พักอาศัย แล้วจึงขอนัดหมายเมื่อมีอาการป่วยหรือต้องการคำปรึกษา โดยจะพบแพทย์หรือรับบริการโดยไม่ต้องชำระเงินหรือเคลมใดๆ ยกเว้นค่าทำฟันหรือค่ายาที่อาจมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อย ระบบนี้จึงให้ความสะดวกสบายระหว่างการรักษาอย่างสูง แต่ไม่เปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนหรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรงโดยไม่ผ่าน GP
ระยะเวลาคุ้มครอง OSHC จะมีผลตั้งแต่วันที่นักเรียนเดินทางมาถึงออสเตรเลีย (ตามที่ระบุในกรมธรรม์) ไปจนถึงวันหมดอายุของวีซ่า โดยกรมธรรม์จะต้องครอบคลุมตลอดช่วงที่พำนัก ส่วน IHS จะมีผลทันทีเมื่อเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรในช่วงเวลาของวีซ่า โดยจะถูกประเมินและชำระรวมเป็นเงินก้อนเดียวล่วงหน้า
วิธีเลือกและข้อควรระวังในการจัดการประกันสุขภาพสำหรับนักเรียน
สำหรับนักเรียนที่กำลังตัดสินใจระหว่างออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร (หรือกำลังวางแผนไปทั้งสองประเทศ) การทำความเข้าใจข้อควรระวังของแต่ละระบบจะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาสำคัญดังนี้
- โรคประจำตัวที่มีอยู่ก่อน (Pre-existing conditions): สำหรับ OSHC อาการเจ็บป่วยที่เคยได้รับการวินิจฉัยหรือมีอาการภายใน 12 เดือนก่อนวันเริ่มประกัน จะมีระยะเวลารอคอย 12 เดือนก่อนได้รับความคุ้มครอง ในขณะที่ IHS ของสหราชอาณาจักร ไม่มีระยะเวลารอคอย นักเรียนสามารถรับการรักษาโรคประจำตัวได้ทันทีหลังเดินทางถึง
- สมาชิกในครอบครัว: OSHC กำหนดให้ผู้ติดตาม (คู่สมรสและบุตร) ต้องทำประกันแยกต่างหาก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และผู้ให้บริการหลายรายเสนอแพ็กเกจดูอัลหรือครอบครัว ส่วน IHS ผู้ติดตามต้องชำระค่าธรรมเนียมในอัตราเดียวกันและได้สิทธิ์ NHS เช่นเดียวกับผู้ถือวีซ่าหลัก
- การซื้อ OSHC เพิ่มเติม: นักเรียนสามารถขอให้ทีมที่ปรึกษาการศึกษา UNILINK ช่วยจัดหา OSHC จากผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียงในราคาที่แข่งขันได้ หรือสามารถซื้อโดยตรงจากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ โดยต้องตรวจสอบว่ากรมธรรม์ตรงตามข้อกำหนดของวีซ่าและครอบคลุมระยะเวลาทั้งหมด
- ส่วนเกินและการสำรองจ่าย: OSHC อาจมีข้อกำหนดให้ผู้ป่วยจ่ายส่วนเกินบางส่วนในบางกรณี (Gap Payment) เช่น หากแพทย์คิดค่าบริการสูงกว่าอัตรา MBS ที่ประกันให้ ส่วน IHS แม้จะไม่คิดค่าใช้จ่ายที่จุดบริการ แต่ก็ไม่มีทางเลือกในการได้คืนค่าธรรมเนียมเมื่อไม่ได้ใช้บริการเลย
FAQ
Q1: OSHC ครอบคลุมค่าทำฟันหรือไม่?
ไม่ครอบคลุมค่าทำฟันทั่วไป การตรวจฟัน อุดฟัน จัดฟัน หรือรักษารากฟัน ค่าใช้จ่ายเหล่านี้อยู่นอกเหนือความคุ้มครองพื้นฐาน หากต้องการความคุ้มครองด้านทันตกรรม จำเป็นต้องซื้อ Extras Cover เสริมจากผู้ให้บริการ
Q2: สามารถขอคืนเงิน IHS ได้หรือไม่หากไม่ได้ใช้ NHS เลยระหว่างเรียน?
ไม่สามารถขอคืน IHS ได้ ไม่ว่าจะใช้บริการ NHS มากน้อยเพียงใด เนื่องจากการชำระเงินนี้เป็นค่าธรรมเนียมเพื่อให้ได้สิทธิ์ในการใช้ NHS ตลอดระยะเวลาวีซ่า
Q3: หากเริ่มต้นเรียนในออสเตรเลียแล้วย้ายไปเรียนต่อที่สหราชอาณาจักร จะจัดการเรื่องประกันอย่างไร?
ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศแยกจากกัน โดยซื้อ OSHC ให้ครอบคลุมช่วงที่พำนักในออสเตรเลีย และเมื่อสมัครวีซ่านักเรียนสหราชอาณาจักรใหม่ จะต้องชำระ IHS สำหรับระยะเวลาที่กำหนด ระบบทั้งสองไม่สามารถโอนสิทธิ์กันได้
Q4: สำหรับนักเรียนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี OSHC กับ IHS มีเงื่อนไขพิเศษหรือไม่?
สำหรับ OSHC ไม่มีข้อกำหนดที่แตกต่างในด้านความคุ้มครอง แต่อาจมีข้อกำหนดด้านที่พักและผู้ปกครองตามกฎหมายของวีซ่านักเรียน สำหรับ IHS นักเรียนที่อายุต่ำกว่า 18 ปีในสหราชอาณาจักรมีอัตรา IHS เท่ากัน และสามารถใช้บริการ NHS ได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามการลงทะเบียน GP อาจต้องการผู้ปกครองในบางกรณี
Q5: หากเปลี่ยนสถานะจากวีซ่านักเรียนเป็นวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ ต้องจัดการประกันใหม่หรือไม่?
สำหรับออสเตรเลีย เมื่อเปลี่ยนไปถือวีซ่า Temporary Graduate (Subclass 485) จะต้องเปลี่ยนจาก OSHC เป็น Overseas Visitor Health Cover (OVHC) ซึ่งมีให้เลือกจากผู้ให้บริการเดิม สำหรับสหราชอาณาจักร หากเปลี่ยนเป็น Graduate Route Visa จะต้องชำระ IHS ใหม่ในอัตราสำหรับผู้อยู่อาศัยชั่วคราว ซึ่งในปี 2026 มีอัตรา £1,035 ต่อปี
Q6: การซื้อ OSHC จาก Bupa มีข้อดีอย่างไรเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่น?
Bupa มีเครือข่ายสมาชิกแพทย์ที่กว้างขวางในเมืองใหญ่ทั่วออสเตรเลีย และมีฟังก์ชัน “Members First” ที่ให้จ่ายตรงในคลินิกจำนวนมาก ลดความยุ่งยากในการสำรองจ่าย แต่ราคาอาจสูงกว่า nib เล็กน้อย การเลือกขึ้นอยู่กับความสะดวกและงบประมาณของนักเรียน
แหล่งอ้างอิง
- Australian Government Department of Health, 2026
- Overseas Student Health Cover Guidelines, Department of Health and Aged Care, 2026
- UK Home Office, Immigration Health Surcharge information, 2026
- Bupa Australia, 2026
- Medibank Private Limited, 2026
- Allianz Care Australia, 2026
- nib Health Funds, 2026