Skip to content
UNILINK. Australia · UK · NZ · Ireland · SG · MY
Go back

เปรียบเทียบออสเตรเลีย vs นิวซีแลนด์ 2026: เรียนต่อที่ไหนดี?

Updated:

สำหรับนักเรียนไทยที่กำลังมองหาจุดหมายปลายทางการศึกษาต่อในโอเชียเนีย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ถือเป็นสองตัวเลือกที่โดดเด่นด้วยระบบการศึกษาคุณภาพสูงและการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ในปี 2026 ทั้งสองประเทศยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยออสเตรเลียมีนักศึกษานานาชาติลงทะเบียนเรียนในระดับอุดมศึกษากว่า 600,000 คน [1] ขณะที่นิวซีแลนด์ต้อนรับนักศึกษาต่างชาติประมาณ 80,000 คน [2] สะท้อนขนาดของตลาดการศึกษาที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางด้านความแข็งแกร่งทางวิชาการ ผลการจัดอันดับ QS World University Rankings 2026 ระบุว่าออสเตรเลียมีมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ 1–100 ของโลกถึง 9 แห่ง ในขณะที่นิวซีแลนด์มี 1 แห่งคือ University of Auckland [3] นอกจากนี้ ขนาดของเศรษฐกิจและจำนวนประชากรยังส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในการทำงานหลังสำเร็จการศึกษา โดยออสเตรเลียมีประชากร 27 ล้านคน [4] ส่วนนิวซีแลนด์มี 5.3 ล้านคน [5] ความแตกต่างประการสำคัญอีกประการคือระบบการขอถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Residency) โดยออสเตรเลียใช้ระบบการให้คะแนน (Points-based) ผ่านวีซ่า Subclass 189 และ 190 [6] ขณะที่นิวซีแลนด์ปรับใช้ 6-Point System ที่เน้นทักษะ รายได้ และประสบการณ์การทำงานในประเทศเป็นเกณฑ์ [7] บทความนี้จะช่วยให้คุณทำความเข้าใจความแตกต่างที่สำคัญในทุกมิติ

เปรียบเทียบภาพรวมระหว่างการศึกษาออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ภาพรวมด้านล่างรวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่นักเรียนไทยควรทราบก่อนตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูลล่าสุดประจำปี 2026 เป็นเกณฑ์

หัวข้อออสเตรเลียนิวซีแลนด์
จำนวนประชากร27 ล้าน5.3 ล้าน
มหาวิทยาลัยในอันดับโลก 1–100 (QS 2026)9 แห่ง1 แห่ง (University of Auckland)
ค่าเล่าเรียนปริญญาตรีต่อปี (สกุลเงินท้องถิ่น)AUD 25,000–48,000NZD 25,000–45,000
ค่าครองชีพในเมืองใหญ่ต่อเดือนAUD 1,800–2,500NZD 1,300–2,000
วีซ่าทำงานหลังเรียนจบ (ปริญญาตรี)2–4 ปี (ตามเขตพื้นที่)3 ปี
ระบบการขอถิ่นที่อยู่ถาวร (PR)Points-based (189/190)6-Point System

จากตารางข้างต้นจะเห็นได้ว่าทั้งสองประเทศมีระดับค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกัน แต่ออสเตรเลียมีขนาดตลาดและจำนวน มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง มากกว่าอย่างชัดเจน ขณะที่นิวซีแลนด์เสนอระยะเวลาวีซ่าทำงานหลังเรียนจบที่ยาวนานและมีค่าครองชีพในเมืองใหญ่ที่ต่ำกว่า

จุดเด่นของออสเตรเลียสำหรับนักเรียนไทย

การเลือกเรียนต่อในออสเตรเลียมอบข้อได้เปรียบหลายประการที่สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียนไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการ สังคม หรือโอกาสในอนาคต

จุดเด่นของนิวซีแลนด์สำหรับนักเรียนไทย

นิวซีแลนด์นำเสนอรูปแบบการใช้ชีวิตและการศึกษาที่แตกต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ธรรมชาติ และความชัดเจนของเส้นทางหลังเรียนจบ

วีซ่าทำงานหลังเรียนจบและเส้นทางถิ่นที่อยู่ถาวร

การเปรียบเทียบระยะเวลาของวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ (Post-Study Work Visa) ระหว่างสองประเทศเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยในการวางแผนอนาคต ตารางต่อไปนี้แสดงรายละเอียดแยกตามระดับการศึกษา

ระดับการศึกษาออสเตรเลีย (Subclass 485)นิวซีแลนด์ (Post-Study Work Visa)
ปริญญาตรี2–4 ปี (ขึ้นกับเขตพื้นที่การเรียน)3 ปี
ปริญญาโท (วิจัย)3 ปี3 ปี
ปริญญาเอก4 ปี3 ปี

ระบบ PR ของออสเตรเลีย อาศัยการยื่น Expression of Interest (EOI) และได้รับเชิญตามลำดับคะแนนภายใต้วีซ่า Skilled Independent (Subclass 189) หรือ Skilled Nominated (Subclass 190) ซึ่งรัฐบาลกลางและรัฐบาลของแต่ละรัฐจะประกาศรายชื่ออาชีพที่เป็นที่ต้องการเป็นระยะ

ในขณะที่ ระบบ 6-Point System ของนิวซีแลนด์ กำหนดให้นักเรียนต้องได้คะแนน 6 แต้มจากเกณฑ์ต่างๆ เช่น ข้อเสนองาน (Job Offer) ในสาขาที่กำหนด ค่าตอบแทนที่สูงกว่าระดับที่กำหนด และวุฒิการศึกษาที่ได้รับจากนิวซีแลนด์ เมื่อได้ครบ 6 แต้มแล้วสามารถยื่นขอถิ่นที่อยู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรอบเชิญ

ระบบการศึกษาและมหาวิทยาลัยที่โดดเด่น

ทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มีระบบการศึกษาที่เน้นการวิจัยและการปฏิบัติ แต่ออสเตรเลียมีมหาวิทยาลัยจำนวนมากกว่าและตั้งอยู่ในหลายเมืองทั่วประเทศ Group of Eight (Go8) เช่น University of Melbourne, Australian National University, University of Sydney และ University of Queensland เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการวิจัยระดับโลก มีผลงานวิชาการและการตีพิมพ์ที่โดดเด่นในหลากหลายสาขา

ทางด้านนิวซีแลนด์ University of Auckland เป็นมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับโลกสูงสุดของประเทศ และเป็นเพียงแห่งเดียวที่ปรากฏใน QS Top 100 ประจำปี 2026 นอกจากนี้ยังมี University of Otago ที่มีชื่อเสียงด้านแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ และ Victoria University of Wellington ซึ่งแข็งแกร่งในสายมนุษยศาสตร์และกฎหมาย

ระบบการศึกษาของออสเตรเลียมีการแบ่งระดับที่หลากหลาย ตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรไปจนถึงปริญญาเอก (AQF Levels 1–10) ส่วนนิวซีแลนด์ใช้ NZQF (New Zealand Qualifications Framework) ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกัน ทั้งสองระบบเปิดโอกาสให้นักเรียนไทยสามารถโอนหน่วยกิตหรือศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ ภายใต้ข้อกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัย

คำถามที่พบบ่อย

Q1: ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ประเทศไหนมีค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อถูกกว่ากัน?

เมื่อพิจารณาเฉพาะค่าเล่าเรียน ทั้งสองประเทศมีอัตราที่ใกล้เคียงกัน โดยนิวซีแลนด์อาจต่ำกว่าเล็กน้อยในบางหลักสูตร อย่างไรก็ตาม ค่าครองชีพ ในเมืองใหญ่ของนิวซีแลนด์ เช่น โอ๊คแลนด์ ถูกกว่าในซิดนีย์หรือเมลเบิร์นของออสเตรเลีย ทำให้นิวซีแลนด์ประหยัดงบประมาณโดยรวมได้มากกว่า

Q2: วีซ่าทำงานหลังเรียนจบของประเทศไหนให้สิทธิประโยชน์ดีกว่ากัน?

สำหรับปริญญาตรีในเขตเมืองใหญ่ของออสเตรเลีย (เช่น ซิดนีย์ เมลเบิร์น บริสเบน) วีซ่ามักมีอายุ 2 ปี ขณะที่นิวซีแลนด์ให้ 3 ปีโดยไม่ขึ้นกับเขตพื้นที่ แต่สำหรับผู้ที่เรียนในเขตภูมิภาค (Regional) ของออสเตรเลีย อาจได้รับวีซ่าทำงานนานถึง 4 ปี ขึ้นอยู่กับกฎระเบียบปัจจุบัน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนตัดสินใจ

Q3: ระบบ PR ประเทศไหนใช้เวลาดำเนินการน้อยกว่า?

ระบบ 6-Point System ของนิวซีแลนด์เอื้อให้ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถยื่นขอ PR ได้ทันทีและใช้เวลาในการดำเนินการที่ค่อนข้างรวดเร็ว ส่วนระบบ Points-based ของออสเตรเลียขึ้นอยู่กับคะแนนใน EOI และรอบ invitation การันตีระยะเวลาที่แน่นอนได้ยากกว่า แต่ออสเตรเลียเปิดรับผู้สมัครในหลากหลายอาชีพมากกว่า

Q4: ทุนการศึกษาจากรัฐบาลไทย (ก.พ.) ครอบคลุมมหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์หรือไม่?

ทุนรัฐบาลไทย (สำนักงาน ก.พ.) ครอบคลุมมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในนิวซีแลนด์หลายแห่ง โดยเฉพาะ University of Auckland และ University of Otago ซึ่งปรากฏในรายชื่อสถาบันที่ ก.พ. ให้การรับรอง นักเรียนไทยที่สนใจสมัครทุนควรตรวจสอบรายชื่อสถาบันที่ปรับปรุงล่าสุดจากเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.พ. โดยตรง

Q5: ชุมชนคนไทยในออสเตรเลียใหญ่กว่าในนิวซีแลนด์หรือไม่?

ใช่ จำนวนประชากรและขนาดของเมืองในออสเตรเลียเอื้อให้เกิดชุมชนคนไทยขนาดใหญ่ ศูนย์รวมวัฒนธรรมและร้านอาหารไทยที่หลากหลาย ในขณะที่นิวซีแลนด์มีชุมชนคนไทยขนาดเล็กกว่า แต่ยังคงมีเครือข่ายทางสังคมที่แน่นแฟ้นและเข้าถึงเครื่องอุปโภคบริโภคจากประเทศไทยได้ในเมืองใหญ่


การตัดสินใจเลือกประเทศเพื่อการศึกษาต่อเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ต้องพิจารณาจากเป้าหมายทางอาชีพ งบประมาณ และรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต้องการ ทีมที่ปรึกษาการศึกษา UNILINK, officially recognised by Education New Zealand (ENZ) as a MaiENZ platform member (June 2026), พร้อมให้ข้อมูลและความช่วยเหลือด้านการสมัครเรียนต่อในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมถึงการเลือกแผนประกันสุขภาพ OSHC และ OVHC โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับการให้คำปรึกษาเบื้องต้น หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อพูดคุยกับทีมงานของเราได้ทันที


แหล่งอ้างอิง
[1] Department of Education, Australia, 2025
[2] Education New Zealand, 2025
[3] QS World University Rankings, 2026
[4] Australian Bureau of Statistics, 2025
[5] Statistics New Zealand, 2025
[6] Department of Home Affairs, 2026
[7] Immigration New Zealand, 2026


Share this post:

Scan with WeChat to share this page

QR code for this page

Link copied

Related posts


Previous
เรียนต่อนิวซีแลนด์ 2026: 8 มหาวิทยาลัย พร้อมวีซ่าทำงานหลังเรียนสูงสุด 3 ปี
Next
'เปิดอันดับ QS 2026 มหาวิทยาลัยนิวซีแลนด์ 8 แห่ง: วิศวะ vs บริหาร ความต่างที่ข้อมูลบอกให้เลือกทางไหน'