รู้จักลักษณะเฉพาะของ IELTS, TOEFL iBT และ PTE Academic
ข้อสอบทั้งสามประเภท ถูกออกแบบมาเพื่อวัดทักษะภาษาอังกฤษในบริบทเชิงวิชาการ แต่มีรูปแบบการสอบและจุดโฟกัสที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ การทำความเข้าใจโครงสร้างของแต่ละข้อสอบจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการตัดสินใจ
- IELTS Academic เป็นข้อสอบที่ใช้ทั้งรูปแบบกระดาษและคอมพิวเตอร์ แบ่งเป็น 4 พาร์ท ได้แก่ การฟัง (30 นาที) การอ่าน (60 นาที) การเขียน (60 นาที) และการพูด (11-14 นาที แบบตัวต่อตัวกับผู้คุมสอบ) จุดเด่นคือการประเมินทักษะในสถานการณ์จริง และเปิดโอกาสให้ผู้สอบได้แสดงออกทางภาษากายและน้ำเสียง
- TOEFL iBT ดำเนินการสอบบนคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ประกอบด้วยการอ่าน (35 นาที) การฟัง (36 นาที) การพูด (16 นาที พูดใส่ไมโครโฟน) และการเขียน (29 นาที) เนื้อหาพาร์ทการฟังและการอ่านมักเป็นบทบรรยายเชิงวิชาการ (Lecture) จากมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ทำให้คำศัพท์และสำเนียงเอนเอียงไปทางอเมริกันเป็นหลัก
- PTE Academic เป็นข้อสอบที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการประเมินผล 100% แบ่งเป็น การพูดและการเขียน (54-67 นาที) การอ่าน (29-30 นาที) และการฟัง (30-43 นาที) โดยข้อสอบทั้งหมดจะผสมผสานทักษะเข้าด้วยกัน เช่น การฟังพร้อมสรุปใจความ และการอ่านออกเสียงเพื่อประเมินการพูด เหมาะกับผู้ที่คุ้นเคยกับการทำโจทย์แบบอินเทอร์แอคทีฟ
ประเทศปลายทางและเงื่อนไขการยอมรับผลสอบ
เงื่อนไขวีซ่านักเรียน ของแต่ละประเทศเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจลงสนามสอบ การเลือกสอบผิดประเภทอาจทำให้ผลคะแนนไม่ได้รับการยอมรับสำหรับการยื่นวีซ่า ตารางด้านล่างนี้สรุปข้อมูลล่าสุดสำหรับประเทศจุดหมายปลายทางยอดนิยม
| ประเทศ | IELTS Academic | TOEFL iBT | PTE Academic | หมายเหตุสำคัญสำหรับวีซ่า ณ ปี 2026 |
|---|---|---|---|---|
| สหราชอาณาจักร (UK) | ✅ รับ (ต้อง IELTS for UKVI สำหรับคอร์สต่ำกว่าระดับปริญญา) | ❌ ไม่รับ | ✅ รับ (PTE Academic UKVI สำหรับคอร์สต่ำกว่าปริญญา) | UK Visas and Immigration (UKVI) ไม่ยอมรับ TOEFL iBT ในการยื่นขอวีซ่าทุกประเภท |
| สหรัฐอเมริกา (USA) | ✅ รับ (กว่า 3,500 สถาบัน) | ✅ รับ (เป็นมาตรฐานหลัก) | ✅ รับ (จำนวนสถาบันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง) | มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่รับทั้งสามข้อสอบ แต่ TOEFL iBT ยังคงได้รับความนิยมสูงสุด |
| ออสเตรเลีย (Australia) | ✅ รับ (ทุกสถาบัน) | ✅ รับ (เกือบทุกสถาบัน) | ✅ รับ (เติบโตอย่างรวดเร็ว) | กระทรวงมหาดไทยออสเตรเลียยอมรับทั้งสามข้อสอบสำหรับวีซ่านักเรียน Subclass 500 |
| แคนาดา (Canada) | ✅ รับ (ทุกสถาบัน) | ✅ รับ (ทุกสถาบัน) | ✅ รับ (มากกว่า 90% ของสถาบัน) | สายตรงสำหรับนักเรียน (SDS) รับเฉพาะ IELTS (6.0 ขึ้นไป) และ PTE Academic (60 ขึ้นไป) เท่านั้น TOEFL ไม่สามารถใช้กับ SDS ได้ |
| นิวซีแลนด์ (New Zealand) | ✅ รับ | ✅ รับ | ✅ รับ | ทั้งสามข้อสอบใช้ยื่นขอวีซ่านักเรียนได้ทั้งหมด |
ทีมที่ปรึกษาการศึกษา UNILINK แนะนำว่า ก่อนลงทะเบียนสอบ ควรตรวจสอบข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่สนใจโดยตรงอีกครั้ง เนื่องจากบางคณะอาจกำหนดคะแนนในแต่ละพาร์ทแตกต่างกัน
ตารางเปรียบเทียบคะแนน IELTS, TOEFL และ PTE
การ เทียบคะแนน เป็นสิ่งที่ผู้สอบมักสงสัย เพราะแต่ละข้อสอบมีช่วงคะแนนเต็มไม่เท่ากัน ตารางต่อไปนี้อ้างอิงจากคู่มือเทียบคะแนนล่าสุดของ Pearson และ ETS ซึ่งจะช่วยให้คุณประเมินเป้าหมายคร่าว ๆ ได้
| ระดับภาษา | IELTS Academic | TOEFL iBT | PTE Academic | ระดับ CEFR โดยประมาณ |
|---|---|---|---|---|
| ใช้งานได้ขั้นพื้นฐาน | 5.5 | 46–59 | 42–49 | B1 |
| ปานกลาง | 6.0 | 60–78 | 50–57 | B2 |
| ค่อนข้างดี | 6.5 | 79–93 | 58–64 | B2–C1 |
| ดี | 7.0 | 94–101 | 65–72 | C1 |
| ดีมาก | 7.5 | 102–109 | 73–78 | C1 |
| ยอดเยี่ยม | 8.0 | 110–114 | 79–82 | C1–C2 |
| เชี่ยวชาญ | 8.5–9.0 | 115–120 | 83–90 | C2 |
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ตัวอย่างข้อกำหนดจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในปี 2026 ได้แก่ University of Sydney กำหนด IELTS 6.5 โดยรวม, TOEFL iBT 85 (การเขียน 19, อื่น ๆ 17) หรือ PTE Academic 61 ในขณะที่ University of Toronto ส่วนใหญ่ต้องการ IELTS 6.5 (ไม่มีพาร์ทใดต่ำกว่า 6.0), TOEFL iBT 100 (การเขียน 22) หรือ PTE Academic 65 ข้อมูลนี้สะท้อนว่าการเลือกข้อสอบที่คุณมีจุดแข็งอาจส่งผลให้ถึงเป้าหมายได้ง่ายกว่า
วิธีการเลือกข้อสอบให้ตรงกับจุดแข็งส่วนบุคคล
จุดแข็งส่วนบุคคล ในการเรียนภาษาอังกฤษมีผลอย่างมากต่อคะแนนสอบ นอกเหนือจากข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยแล้ว การเลือกสนามสอบที่เข้ากับบุคลิกภาพและทักษะเฉพาะด้านจะช่วยลดความกดดันและเพิ่มโอกาสทำคะแนนได้สูงขึ้น
คุณเป็นคนชอบพิมพ์ มากกว่าเขียนด้วยมือหรือไม่?
หากคุณถนัดการพิมพ์และกังวลเรื่องลายมือ PTE Academic คือคำตอบ เพราะข้อสอบทั้งหมดใช้คอมพิวเตอร์และไม่มีส่วนที่ต้องเขียนด้วยมือเลย แม้แต่ในพาร์ทการเขียน TOEFL iBT ก็ใช้พิมพ์เช่นกัน แต่ยังมีบางจังหวะที่คุณอาจต้องจดบันทึกด้วยดินสอขณะฟังบทบรรยาย ส่วน IELTS ให้เลือกทั้งแบบกระดาษและคอมพิวเตอร์ ถ้าเลือกแบบกระดาษ คุณจะต้องเขียนเรียงความด้วยลายมือในเวลา 60 นาที ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ที่เขียนช้า
คุณถนัดการพูดกับคนจริง ๆ หรือกับคอมพิวเตอร์?
IELTS กำหนดให้สอบพูดแบบตัวต่อตัวกับผู้คุมสอบ (Examiner) ซึ่งเปิดโอกาสให้คุณใช้ภาษากาย น้ำเสียง และสร้างปฏิสัมพันธ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ในทางกลับกัน TOEFL iBT และ PTE Academic ให้คุณพูดใส่ไมโครโฟนเพื่อบันทึกเสียงลงคอมพิวเตอร์ โดย PTE จะมีระบบตัดเสียงอัตโนมัติเมื่อหมดเวลา ส่วน TOEFL จะมีเวลาที่แน่นอน ไม่มีการตอบโต้กับมนุษย์ ใครที่รู้สึกเกร็งเมื่อต้องพูดกับคนแปลกหน้าอาจมั่นใจขึ้นกับสองตัวเลือกนี้
ทักษะการฟังของคุณเป็นอย่างไร?
ผู้ที่ชอบฟังสำเนียงกลางที่แตกต่างกันหลากหลายอาจเหมาะกับ PTE Academic และ IELTS ซึ่งมีทั้งสำเนียงอังกฤษ อเมริกา และออสเตรเลีย ในขณะที่ TOEFL iBT เน้นสำเนียงอเมริกันเป็นหลักและเนื้อหาเป็นบทบรรยายวิชาการที่ใช้ศัพท์ระดับมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ PTE ยังมีพาร์ทสรุปคำพูด (Summarize Spoken Text) และการจับผิดคำพูด ทำให้เหมาะกับคนที่ถนัดการฟังเชิงวิเคราะห์และทำข้อสอบแบบอินเทอร์แอคทีฟ
คุณเก่งเรื่องการจับใจความและเดาคำศัพท์จากบริบทหรือไม่?
TOEFL iBT มีพาร์ทการอ่าน (Reading) ที่เน้นบทความวิชาการขนาดยาวและถามความเข้าใจเชิงลึก รวมถึงการอนุมานความหมายของคำศัพท์ยาก ๆ หากคุณเป็นคนที่อ่านแล้วจับใจความได้เร็วและมีคลังคำศัพท์กว้าง อาจได้เปรียบในข้อสอบนี้ ในทางกลับกัน IELTS เน้นความสามารถในการกวาดสายตาหาข้อมูล (Skimming and Scanning) และการจับประเด็นจากบทความหลากหลายรูปแบบ ส่วน PTE มีพาร์ทอ่านที่หลากหลายทั้งแบบปรนัยและเติมคำ ซึ่งอาจเหมาะกับผู้ที่ถนัดการสลับรูปแบบการอ่านไปมา
ค่าสอบและตารางกำหนดการในปี 2026
ค่าสอบ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณา เนื่องจากหากต้องสอบหลายครั้ง ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในประเทศไทย อัตราค่าสอบ ณ กลางปี 2026 มีดังนี้ IELTS Academic (แบบกระดาษหรือคอมพิวเตอร์) อยู่ที่ประมาณ 7,100–7,500 บาท TOEFL iBT ราคาประมาณ 6,200–6,600 บาท และ PTE Academic อยู่ที่ประมาณ 6,500–7,000 บาท ทั้งนี้ ศูนย์สอบส่วนใหญ่จัดสอบ IELTS อย่างน้อย 2–4 ครั้งต่อเดือน TOEFL iBT และ PTE Academic มีรอบสอบหลายครั้งต่อเดือนเช่นกัน แต่จำนวนศูนย์สอบของ IELTS กระจายตัวสู่หัวเมืองใหญ่มากกว่า แนะนำให้จองคิวสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน โดยเฉพาะช่วงใกล้ถึงกำหนดการยื่นใบสมัครของมหาวิทยาลัย
สรุป: เริ่มต้นวางแผนการสอบอย่างไร
การวางแผน อย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยให้คุณประหยัดทั้งเงินและเวลา เริ่มจากการกำหนดประเทศปลายทางและหลักสูตรที่ชัดเจน จากนั้นตรวจสอบกับเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองว่ารับผลสอบใดบ้างและต้องการคะแนนขั้นต่ำเท่าไร เมื่อได้ข้อมูลแล้ว ลองประเมินจุดแข็งของตนเองตามแนวทางในบทความนี้ และเลือกสนามสอบที่คุณมั่นใจว่าทำคะแนนได้ดีที่สุด หากยังรู้สึกไม่แน่ใจ ทีมที่ปรึกษาการศึกษา UNILINK พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยและช่วยประสานงานการสม
FAQ
ถาม: ควรเลือกข้อสอบไหนหากยังไม่มีเป้าหมายประเทศที่แน่นอน?
ตอบ: IELTS และ PTE Academic มีการยอมรับที่กว้างขวางมากที่สุด โดยเฉพาะหากมีโอกาสเปลี่ยนแผนไปยังสหราชอาณาจักร แคนาดา หรือออสเตรเลีย ควรตรวจสอบวีซ่าล่าสุดก่อน
ถาม: หากสอบไม่ผ่านหลายครั้ง ควรเปลี่ยนข้อสอบหรือไม่?
ตอบ: การเปลี่ยนประเภทข้อสอบอาจช่วยได้หากพบว่าจุดอ่อนอยู่ที่รูปแบบข้อสอบเดิม เช่น เปลี่ยนจาก IELTS ไป PTE หากคุณถนัดพิมพ์และฟังสำเนียงกลาง ควรลองฝึกทำข้อสอบตัวอย่างก่อนตัดสินใจ
ถาม: สามารถใช้ผลสอบจากหลายสนามรวมกันยื่นได้หรือไม่?
ตอบ: โดยทั่วไปมหาวิทยาลัยจะรับผลสอบจากสนามเดียวเท่านั้น และมักไม่รับผลสอบแบบรวม (Super Score) เว้นแต่บางสถาบันจะมีนโยบายพิเศษ ควรสอบถามกับมหาวิทยาลัยโดยตรง
อ้างอิง
- UK Visas and Immigration, Approved English Language Tests (updated 2026)
- U.S. Department of State, Student Visa Requirements (2026)
- Department of Home Affairs, Australia, Subclass 500 Student Visa English Language Requirements
- Pearson, PTE Academic Score Guide (2026)
- ETS, TOEFL iBT Comparison Tables (2026)