รู้จัก 3 ข้อสอบภาษาอังกฤษยอดนิยมก่อนตัดสินใจ
ใครที่วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย หรือแคนาดา หนึ่งในด่านสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ การสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ ซึ่งสามสนามสอบที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในประเทศไทยก็คือ IELTS, TOEFL iBT และ PTE Academic
แต่ละข้อสอบมีรูปแบบ จุดเด่น และการยอมรับที่แตกต่างกันมาก บางประเทศอาจรับผลสอบทั้งสามแบบ ในขณะที่บางประเทศก็จะเจาะจงแค่บางประเภทเท่านั้น บทความนี้ UNILINK จะพาทุกคนไปดูตารางเปรียบเทียบแบบละเอียด ดูคะแนนเทียบระหว่างข้อสอบทั้งสาม ช่วยให้คุณรู้ว่า ข้อสอบแบบไหนเหมาะกับสไตล์การเรียนภาษาอังกฤษของคุณ และ ประเทศไหนรับข้อสอบอะไรบ้าง เพื่อให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหรือเงินไปกับการสอบผิดสนาม
ตารางเปรียบเทียบ: แต่ละประเทศยอมรับข้อสอบอะไรบ้าง?
ก่อนอื่นมาดูภาพรวมว่า ประเทศยอดนิยมสำหรับเด็กไทยอย่างเรา ๆ ยอมรับข้อสอบไหนในการสมัครเรียนต่อและยื่นวีซ่านักเรียนกันบ้าง
| ประเทศ | IELTS Academic | TOEFL iBT | PTE Academic | หมายเหตุสำหรับวีซ่า |
|---|---|---|---|---|
| สหราชอาณาจักร (UK) | ✅ รับ (ต้อง IELTS for UKVI เฉพาะบางกรณี) | ❌ ไม่รับสำหรับวีซ่า | ✅ รับ (บางสถาบัน, ต้องสอบ SELT แบบ PTE Academic UKVI) | สำหรับวีซ่านักเรียน หากเรียนต่ำกว่าระดับปริญญา ต้องใช้ IELTS for UKVI หรือ PTE Academic UKVI เท่านั้น TOEFL ไม่ได้รับการยอมรับจาก UK Visas and Immigration (UKVI) อีกต่อไป |
| สหรัฐอเมริกา (USA) | ✅ รับ (กว่า 3,400 สถาบัน) | ✅ รับ (นิยมที่สุด, ทุกมหาวิทยาลัย) | ✅ รับ (มากขึ้นในปัจจุบัน, หลายสถาบัน Ivy League รับแล้ว) | ส่วนใหญ่ TOEFL ยังคงเป็นมาตรฐาน แต่มหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่ง เช่น Harvard, MIT รับทั้ง IELTS และ PTE |
| ออสเตรเลีย (Australia) | ✅ รับ (ทุกสถาบัน และกระทรวงตรวจคนเข้าเมือง) | ✅ รับ (บางมหาวิทยาลัยและวีซ่า) | ✅ รับ (ยอดนิยมมากในออสซี) | IELTS เป็นที่นิยมสำหรับใช้ยื่นวีซ่า แต่ PTE ได้รับความไว้วางใจมากขึ้นโดยเฉพาะในวงการศึกษา ปัจจุบันทั้งสามข้อสอบใช้ยื่นขอวีซ่านักเรียน Subclass 500 ได้ |
| แคนาดา (Canada) | ✅ รับ (ทุกสถาบัน) | ✅ รับ (นิยมมาก) | ✅ รับ (90% ของมหาวิทยาลัยและวิทยาลัย) | สำหรับการยื่นขอวีซ่าผ่าน SDS (Student Direct Stream) รับเฉพาะ IELTS (6.0 ขึ้นไป) หรือ PTE Academic (60 ขึ้นไป), TOEFL ใช้ไม่ได้กับ SDS |
| นิวซีแลนด์ (New Zealand) | ✅ รับ | ✅ รับ | ✅ รับ | ทั้งสามข้อสอบใช้ยื่นวีซ่านักเรียนได้ |
| สิงคโปร์ / เอเชีย | ✅ รับ | ✅ รับ | ✅ รับ (แต่ไม่แพร่หลายเท่า) | IELTS กับ TOEFL เป็นที่นิยมสูงสุด แต่ PTE ก็มีแนวโน้มเติบโต |
เคล็ดลับจาก UNILINK: ถึงแม้ว่าตารางจะบอกว่าหลายประเทศรับหมดทุกข้อสอบ แต่ การเลือกประเทศปลายทางที่ชัดเจนก่อน จะช่วยให้คุณเลือกข้อสอบได้แม่นยำ เช่น ถ้าคุณจะไปเรียนต่อ UK แบบคอร์สเรียนภาษาหรือ Pre-sessional จำเป็นต้องใช้ IELTS for UKVI เท่านั้น สอบพลาดไปสนาม TOEFL แปลว่าใช้ไม่ได้ ดังนั้น ควรเช็กกับที่ปรึกษาหรือมหาวิทยาลัยให้ดี
เปรียบเทียบคะแนน IELTS, TOEFL, PTE – เทียบให้เห็นภาพในตารางเดียว

หนึ่งในคำถามยอดฮิตคือ “IELTS 6.5 เทียบเท่ากับ TOEFL กี่คะแนน?” ด้านล่างคือตารางเทียบคะแนนคร่าว ๆ โดยอิงจากการเทียบเคียงทางการของ Pearson (PTE) กับ TOEFL และ IELTS เพื่อให้คุณตั้งเป้าคะแนนได้ง่ายขึ้น
| ระดับภาษา | IELTS Academic | TOEFL iBT | PTE Academic | ระดับ CEFR โดยประมาณ |
|---|---|---|---|---|
| เริ่มต้นใช้งานได้เบื้องต้น | 5.5 | 46-59 | 42-49 | B1 |
| ปานกลาง | 6.0 | 60-78 | 50-57 | B2 |
| ค่อนข้างดี | 6.5 | 79-93 | 58-64 | B2-C1 |
| ดี | 7.0 | 94-101 | 65-72 | C1 |
| ดีมาก | 7.5 | 102-109 | 73-78 | C1 |
| ยอดเยี่ยม | 8.0 | 110-114 | 79-82 | C1-C2 |
| เชี่ยวชาญ | 8.5-9.0 | 115-120 | 83-90 | C2 |
หมายเหตุ: เทียบคะแนนโดยสังเขปจากตารางเทียบคะแนนอย่างเป็นทางการของ Pearson และ ETS อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสถาบัน
ตัวอย่างการตั้งเป้าคะแนนจากมหาวิทยาลัยดัง:
- University of Manchester (UK): ส่วนใหญ่ต้องการ IELTS 6.5 (no sub-score below 6.0) ≈ TOEFL 90 (แต่ละพาร์ทไม่ต่ำกว่า 20) ≈ PTE 59-65
- University of Sydney (Australia): หลักสูตรทั่วไป IELTS 6.5 overall, TOEFL 85 (writing 19, อื่น ๆ 17), PTE 61
- University of Toronto (Canada): IELTS 6.5 (no band below 6.0) หรือ TOEFL 100 (writing 22) หรือ PTE 65
ข้อมูลตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าคุณรู้ว่าตัวเองถนัดพาร์ทไหนเป็นพิเศษ ก็อาจจะเลือกข้อสอบที่ตอบโจทย์กว่า เช่นคนที่พูดเก่งฟังเก่งแต่อ่านเขียนไม่แข็งแรง ก็อาจจะไปได้สวยกับ PTE เป็นต้น
ข้อสอบไหนเหมาะกับคุณ? วิเคราะห์จากโปรไฟล์ผู้เรียนภาษาอังกฤษ

นอกจากประเทศปลายทางแล้ว สไตล์การเรียนรู้และจุดแข็งส่วนตัว คืออีกปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้ ลองอ่านคำถามเหล่านี้แล้วดูว่าคุณเหมาะกับข้อสอบแบบไหน
คุณเป็นคนชอบพิมพ์ มากกว่าเขียนด้วยมือไหม?
- PTE Academic : ข้อสอบทำทั้งหมดบนคอมพิวเตอร์ แม้แต่พาร์ทการเขียน ก็พิมพ์อย่างเดียว ไม่มีการจับดินสอเลย เหมาะกับคนที่พิมพ์เร็วและชินกับหน้าจอ
- TOEFL iBT : ทำบนคอมพิวเตอร์เช่นกัน แต่มีส่วนที่ต้องจดโน้ตด้วยมือเพื่อฟังเลคเชอร์อยู่บ้าง
- IELTS : มีตัวเลือกทั้งสอบแบบกระดาษ (Paper-based) และแบบคอมพิวเตอร์ (Computer-delivered) โดยเฉพาะการเขียน หากเลือกแบบกระดาษ คุณต้องเขียน essay ด้วยลายมือ ซึ่งอาจจะเสียเปรียบถ้าลายมือไม่สวยหรือเขียนช้า
คุณถนัดการพูดกับคนจริง ๆ หรือกับคอมพิวเตอร์?
- IELTS : พาร์ท Speaking เป็นการพูดสดแบบ face-to-face กับ Examiner (มีเวลา 11-14 นาที) เหมาะกับคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี ชอบภาษากาย และอยากเห็นสีหน้าผู้ฟัง
- TOEFL iBT และ PTE Academic : พูดใส่ไมโครโฟน บันทึกเสียงลงคอมพิวเตอร์ โดย PTE จะมีเวลาจำกัดมาก (พูดแล้วตัดอัตโนมัติ) ส่วน TOEFL จะมีเวลาชัดเจน ไม่มี考官มาโต้ตอบแบบมนุษย์ ใครที่เขินง่ายเวลาพูดกับคนแปลกหน้า อาจจะชอบสองตัวนี้มากกว่า
ทักษะการฟังของคุณเป็นอย่างไร? อยากฟังสำเนียงไหน?
- IELTS : รับฟังสำเนียงที่หลากหลาย เช่น อังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แต่พยายามเลี่ยงสำเนียงอเมริกันล้วน
- TOEFL iBT : สำเนียงอเมริกันเป็นหลัก และส่วนใหญ่เป็น lecture เชิงวิชาการ ใช้คำศัพท์มหาวิทยาลัยเยอะมาก
- PTE Academic : มีทั้งสำเนียงอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย และอื่น ๆ โดยรวมเป็นสำเนียงกลาง ๆ ข้อสอบฟังของ PTE มักจะมาพร้อมกับการดูภาพหรือจับผิดคำพูด เหมาะกับคนที่ถนัดฟังไปพร้อม ๆ กับทำโจทย์ interactive
จุดแข็งของคุณคือ การจับใจความ กับ การเดาศัพท์ ใช่หรือไม่?
- TOEFL iBT : จะมีพาร์ท Reading ที่เป็น passage ยาว ๆ และคำถามเน้นความ